เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562  วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ โดยบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “งาน PAT 15 ปี สร้างความแกร่ง...สู่คนเก่ง” โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) และผู้แทนผู้รับใบอนุญาตวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โอกาสนี้นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เข้าร่วมงานพร้อมแจกเกียรติบัตร  และกล่าวแสดงความยินดีในวาระครบรอบ 15 ปีของวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์อีกด้วย  พร้อมกันนี้นางสาวศิริประกาย วรปรีชา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นางปรีดา ดีโยธา ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณาตลอดจนข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมพินิจฯ ให้เกียรติเข้าร่วมงานด้วย ในการนี้นายวิเชียร เนียมน้อม ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์เป็นผู้กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์เพื่อแสดงศักยภาพทางวิชาการและวิชาชีพของนักเรียน นักศึกษา และเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา นำความรู้ที่ได้รับจากการเรียนมาให้บริการวิชาการ วิชาชีพกับเยาวชน สังคม ชุมชน ตลอดจนเปิดโอกาสให้โรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงผู้สนใจระบบการจัดการเรียนการสอนรูปแบบทวิภาคี  ที่เน้นทักษะด้านวิชาการและการฝึกปฏิบัติ ให้เข้ามาดูระบบการเรียนการสอนจริง เพื่อร่วมเป็นภาคีเครือข่ายทางการศึกษาต่อไปในอนาคต 

       จากนั้นประธานในพิธี  ผู้บริหาร  และแขกผู้มีเกียรติได้เข้าเยี่ยมชมความก้าวหน้า และนวัตกรรมของวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ อาทิ ชมห้องส่งการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม ห้องปฏิบัติการธุรกิจค้าปลีก พร้อมเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการผลงาน กิจกรรมวิชาการ วิชาชีพของนักเรียน นักศึกษาและชมการแสดง “นาฏมวยไทย” ของเด็กและเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมฯ บ้านกรุณา ณ ลานอเนกประสงค์วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ถนนงามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี

       นายณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสอาด กล่าวว่า บมจ. ซีพี ออลล์  และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติ โดยจัดระบบการศึกษาในรูปแบบทวิภาคีธุรกิจค้าปลีก สร้างโอกาสทางการศึกษาและการมีอาชีพให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึงการสร้างเด็กและเยาวชนให้เป็นคนดีของสังคม ด้านนายสหการ เพ็ชรนรินทร์ กล่าวว่าหลังจากการทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน(MOU) ระหว่างกระทรวงยุติธรรมกับ บมจ. ซีพี ออลล์  และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์แล้ว เด็กและเยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษามากขึ้นตามลำดับ ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก และเยาวชนได้รับการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นมาก จึงนับเป็นคุณูปการการอันยิ่งใหญ่ที่ภาคเอกชนช่วยเหลือมอบให้แก่ภาครัฐ ขณะที่ ดร.ก้านทิพย์ ชาติวงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายให้ความสำคัญด้านอาชีวศึกษาเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนไทยและตรงความต้องการของสถานประกอบการ ดังนั้น การดำเนินงานด้านการศึกษาระบบทวิภาคีของวิทยาลัยฯ  จึงสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการคือ "การศึกษาสร้างคน  อาชีวศึกษาสร้างชาติ"