หมากล้อมคู่การศึกษา
ปัจจุบันหลายสถานศึกษาได้ให้ความสำคัญ และสนับสนุนให้เรียนหมากล้อมกันอย่างแพร่หลาย ผู้ปกครองสนใจ และค้นหากิจกรรมที่ช่วยฝึกทักษะทางปัญญาและสมาธิให้แก่ลูกหลาน เพื่อส่งผลให้เด็กๆ มีพัฒนาการทางการเรียนที่ดีหรือทักษะที่ช่วยส่งเสริมต่อการเรียนรู้และการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต
“หมากล้อม” หรือ “โกะ” มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นศิลปะโบราณของจีนสืบทอดมานานกว่าสามพันปี จนถึงปัจจุบัน หมากล้อมเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ ทำให้ผู้เรียน ได้ใช้ทักษะอย่างรอบด้าน ตลอดจนการวางแผนด้านกลยุทธ์ การคำนวณ และจะส่งผลต่อการพัฒนาทักษะทางปัญญาโดยตรง ตลอดจนเป็นการฝึกสมาธิอย่างดีเยี่ยม
หมากล้อม มีกติกาการเล่นเรียบง่าย แต่ถ้าจะเล่นให้เก่งนั้นยาก ต้องฝึกกันทั้งชีวิต การแข่งขันกีฬาหมากล้อมจะมีการวัดระดับฝีมือเป็นมาตรฐานสากล แบบมืออาชีพ ผู้เล่นจะเริ่มต้นจาก 30 คิว (Kyu) และไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึง 1 คิว และเก่งขึ้นจนถึงระดับ 1 ดั้ง ไปสูงสุดที่ระดับ 7 ดั้ง และไต่เต้าไปจนถึงระดับมืออาชีพ 9 ดั้ง ซึ่งผู้เล่นสามารถสอบวัดระดับเพื่อเป็นมืออาชีพได้ในระดับสากล หรือในต่างประเทศ ผู้เล่นจึงต้องมีการฝึกฝนอย่างมากและต่อเนื่อง จนถึงขั้นสูงสุด
เทคนิคพิเศษสำหรับหมากล้อม
โจเซกิ คือ การแบ่งพื้นที่บริเวณมุมกระดาน ของผู้เล่นทั้งสองฝ่าย โดยจะเริ่มที่ช่วงต้นเกม เพื่อชิงความได้เปรียบ ซึ่งก็มีรูปในหลายๆ ลักษณะที่ควรศึกษากัน
ชีวิตและหลักการบริหารของคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ กับหมากล้อม
เกมนี้ เป็นเกมที่โบราณมายาวนานถึง 3,000 ปี และในวัฒนธรรมจีนถือว่าเป็น 4 ศิลปะที่บัณฑิตพึ่งเป็น เช่น ดีดพิณ หมากล้อม เขียนอักษรจีนด้วยพู่กันที่เรียกว่า Calligraphy และการวาดภาพวิวทิวทัศน์ด้วยพู่กันจีน
หลังจากที่สามารถอ่านหนังสือภาษาจีนได้ จึงได้ทราบถึงเสน่ห์ของศิลปะจีน ในช่วงมัธยมได้ซื้อหนังสือเกมส์และศึกษากติกาการเล่นหมากล้อม และรู้สึกสนใจเรื่องศิลปะของบัณฑิตจีน ต่อมาได้ไปซื้อกระดุมที่สำเพ็งจำนวน 2 กล่องมาเล่นแทนตัวหมาก เนื่องจากขณะนั้นประเทศไทยยังไม่มีอุปกรณ์การเล่นหมากล้อม หลังจากได้กระดุมมานั้น จึงชวนเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาเล่นหมากล้อมด้วยกันโดยไม่มีใครมาสอนหลักการกฏกติกาที่ถูกต้อง จนกระทั่งได้ทำงานสายระหว่างประเทศ ได้เจอกับคนญี่ปุ่นที่ชวนลองเล่นหมากล้อมอีกครั้ง และตกลงเล่นโดยไม่รู้หลักการจึงแพ้เละเทะ ทำให้รู้ว่าการเล่นหมากล้อมต้องมีหลักการ หลังจากนั้นได้ซื้อหนังสือจากไต้หวัน มาลองนั่งเล่นด้วยตัวเอง และมีการพัฒนาฝีมือตนเองมาเรื่อยๆ แต่ใช้เวลาพอสมควรประมาณ 4 ปี จึงจะได้ 1 ดั้ง (ดั้ง = ระดับครูของการเล่นหมากล้อม) ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ได้ดั้ง อยู่ประมาณ 900 คน
วิธีการวางเม็ดหมากล้อม คือ วางบนจุดตัดของเส้นบนกระดานฯ การวางหมากล้อม 1 เม็ดเปรียบเท่ากับทหาร 1 กองร้อย การวางแต่ละจุดคือการวางกำลังกองร้อยแต่ละจุดๆ และวิเคราะห์ต่อว่าจะต้องบริหารพลกำลังที่วางไปได้อย่างไร การปะทะกับศัตรู ข้าศึกต่างๆ ยิ่งศึกษาการเล่นหมากล้อมมากขึ้น ยิ่งหลงใหลเสน่ห์ของมันมากยิ่งขึ้น
การเล่นหมากล้อมเป็นการสะท้อนสังคมและสังคมและชีวิตที่มากกว่าการเล่นเกมอื่นๆ เช่น เล่นหมากรุก 6 กระดาน บนกระดานนี้อาจจะมีหลายสนามรบ ถ้าเทียบแล้ว 1 กระดานเท่ากับ 1 สนามรบ รบกันให้รู้แพ้-ชนะภายในหนึ่งสนาม แต่ในกระดานหมากล้อมนี้ คุณต้องดูแลหลายอย่างไปพร้อมๆกัน บางครั้งเล่น 8 สนามรบพร้อมๆกัน โดยไม่มีเส้นแบ่งเขต/อาณาเขตของสนามรบ ฉะนั้นการดูแล ต้องดูให้ครบถ้วนและเปรียบเทียบกับชีวิตคือ ชีวิตมีหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน เช่น ครอบครัว ธุรกิจการงาน สังคม การศึกษาเพิ่มเติม แต่ทรัพยากรของคุณที่มีคือเวลา ดังนั้นถ้าคนเล่นได้ดี คือมีการดูแลเรื่องต่างๆได้ดี และต้องไม่โลภมาก ต้องเคารพสิทธิของคู่ต่อสู้ เพราะเวลาวางหมากจะมีทรัพยากรเท่ากัน คือหมากคนละ 1 เม็ด เมื่อคุณดูแลบางเรื่องมากเกินไป ทุ่มทรัพยากรในบางเรื่องเยอะเกินไป ทำให้การดูแลเรื่องอื่นๆน้อยไปเช่นกัน ดังนั้นบนกระดานหมากล้อมคือการดูแลเรื่องต่างๆ และทำให้รู้ว่าเรื่องต่างๆกระทบต่างๆในชีวิตไหม การได้มาของสิ่งบางอย่าง อาจจะต้องสูญเสียอะไรบางอย่าง ฉะนั้นบนกระดานคือเกมชีวิต และเป็นเกมส์กลยุทธ์ที่จะต้องรับมือกับสิ่งต่างๆ การมองแบบรอบด้าน มองให้ครบ ไม่เพียงแต่มองเรื่องงาน ยังต้องมองเรื่องสุขภาพของคุณด้วย
ระยะเวลาการเล่นหมากล้อมแต่ละครั้งแตกต่างกันไป เช่น เล่นแบบเพื่อน พี่น้อง จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจบเกม หากเป็นการเล่นแบบแข่งขัน มีรางวัล ระดับสมัครเล่น จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แต่หากเป็นระดับมืออาชีพที่จะต้องมีรายได้จากการเล่น จะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับการตั้งเวลาของเจ้าภาพงาน มากที่สุดอาจจะใช้ระยะเวลาถึง 20 ชั่วโมงกับการเล่นถึง 2 วันด้วยกัน และขึ้นอยู่กับการคิดจริงจัง คิดหนักมากเพียงใดด้วยเช่นกัน
หากจะเริ่มเล่นหมากล้อม เพื่อนำหลักการมาปรับใช้กับชีวิต จะต้องเริ่มต้นด้วยการมี “ครู” โดยสามารถติดต่อที่สมาคมหมากล้อมแห่งประเทศไทย ทางสถาบันฯจะมีครู ประมาณ 100 คน และมีค่าเรียนต่อชั่วโมงประมาณ 500-1,000 บาท ควรจะเรียนสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แต่ละครั้ง ควรจะมีฝึกหัดร่วมกับครูที่จะมีการวางกรอบการเรียนการสอนกับผู้ที่สนใจ
ชีวิตของคุณก่อฯ ก่อนที่จะมาเป็นผู้บริหาร : ย้อนกลับไปเมื่อตอนเด็กๆ มีความคิดอยากจะเป็นหมอ แต่กลับได้เรียนอัสสัมชัญพานิช และเริ่มทำงานที่แรกกับบริษัทยา สัญชาติเยอรมัน ได้พบท่านประธานอาวุโสหลักจากทำงานได้ 1 ปี ท่านประธานจึงได้ชวนมาทำงานด้วย ตั้งแต่ปี 1973 ระยะเวลาเกือบ 50 ปี แน่นอนจะต้องเจออุปสรรคต่างๆทั้งภายในและภายนอกองค์กร ได้มีการปรับตัวต่างๆตลอดเวลาการทำงาน การเป็นผู้บริหารคือการที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลทรัพยากรขององค์กร ทั้งเรื่องคน เงิน อุปกรณ์ เทคโนโลยี ความก้าวหน้าของคุณก่อฯวัดจากสิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบมากขึ้น จึงเน้นอยู่ตลอดเวลาว่า ถ้าคุณหนูมาทำงานแล้วไม่มีเพื่อน ไม่มีคนคบ อาจจะก้าวหน้าช้า แต่อีกคนหนึ่งกลับมีเพื่อนฝูง และสามารถนำทีมทำงานได้รับความสำเร็จกลับมา ผู้นั้นจึงถูกมอบหมายให้ดูแลทรัพยากรมากขึ้น องค์กรแห่งนี้ไม่ได้เน้นรับคนทำงานจากตระกูลดัง แต่เน้นที่ความสำเร็จของงาน การได้รับความไว้วางใจให้บริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และความก้าวหน้าจึงต้องผ่านบทพิสูจน์ตลอดเวลา
หากเจออุปสรรคต่างๆ จะใช้การวิเคราะห์ วิจารณ์ ความยากง่ายของอุปสรรคนั้นๆ แล้วเราจะปรับปรุงแก้ไขอย่างไร อาจจะมีความรู้สึกเซ็ง ท้อบ้าง แต่เราจะต้องสร้างแรงสู้ด้วยตัวเอง และจะต้องหาทางแก้ไขปรับปรุงปัญหานั้นให้ได้
ช่วงวิกฤตต่างๆในปัจจุบัน เราต้องเข้าสู่นวัตกรรม มีของใหม่ที่น่าสนใจ อย่ามัวแต่อยู่กับธุรกิจเดิมๆ สมัยรุ่นคุณปู่ย่าไม่ได้แล้ว เมื่อโควิดมากระทบหมดกับทุกๆเรื่อง เช่น การที่นักธุรกิจ SME มีการสร้างธุรกิจจากนวัตกรรมและเทคนิคการบริหารจัดการต่างๆที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย และบมจ.ซีพี ออลล์ของเราก็มีการร่วมมือกับ 10 องค์กรระดับใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร ร่วมกันตั้ง Thailand Synergy และเชิญชวน SME ที่มีนวัตกรรมมาประกวดผลงาน หลายกลุ่มธุรกิจ SME ที่ได้รับรางวัลหรือคำแนะนำจากการประกวดนี้ ได้รับการตอบรับและยอดธุรกิจสูงขึ้นหลายเท่าตัว บางเจ้าได้กำไรมากถึง 40 เท่าตัว
หลักทางธรรมที่นำมาใช้ในการทำงาน คือ พรหมวิหาร 4 เช่น เราจะต้องมีเมตตา และช่วยผู้ที่มีทุกข์ด้วยความกรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นการใช้ชีวิตแนวนี้
บุคคลต้นแบบ ( Idol ) ในการใช้ชีวิต คือ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ เพราะได้เรียนคณะเศรษฐศาสตร์ มธ ในช่วง 14 ตุลา และท่านเป็นคณบดีในตอนนั้น และต่อมาท่านได้เป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ทัศนคติและการใช้ชีวิตจากคุณก่อฯ “ให้ละความกลัว อย่ากลัวตาย ผมเชื่อว่ามนุษย์ต้องตาย เพราะว่าร่างกายของเราไม่ทนทาน คุณอยู่ 100 ปี 120 ปี ยังไงก็ต้องตาย บางคนกลัวการตายเป็นเรื่องปัญหาใหญ่ และนำไปสู่การทำอะไรบางอย่างที่ไม่ควรทำ เพราะฉะนั้นอย่ากลัวตาย อย่ากลัวล้มเหลว อย่าปล่อยให้ความกลัวมาเป็นตัวปัญหาใหญ่ ”
วิธีสลัดความกลัว “ จากการอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง คุณต้องคิดไว้เลยว่า ถ้าคุณต้องสูญเสียเรื่องหนึ่งมากที่สุดคืออะไร คุณรับได้ไหม ถ้าคุณรู้ว่าจะต้องสูญเสีย คุณต้องรับได้ และจะต้องมีทางออก เมื่อคุณเชื่อแบบนี้แล้ว ก็อย่าไปกลัว เพราะมันไม่ใช่ที่สุดของชีวิต”
ที่มา : สมาคมหมากล้อมแห่งประเทศไทย
ชมรมจิตอาสาหมากล้อม




Views Today : 17
Total views : 684287